จั่วหัวมาซะแรง แต่จริงๆเรื่องอาจจะไม่เกี่ยวกับหัวเอนทรี่ซักเท่าไหร่.....

เรื่องของเรื่องก็คือเมื่อราวสองสามปีก่อน มีการ์ตูนของเกาหลีเรื่อง deja-Vu ได้แปลเข้ามาวางขายในบ้านเรา

ตอนนั้นผมหยิบมาอ่านแค่ผ่านๆ แล้วก็โยนมันทิ้งไว้ที่ไหนซักแห่ง เพราะรู้สึกว่ามันไม่น่าสนใจ
(จริงๆเป็นนิสัยที่แย่มากนะครับ)

จนเมื่อวันก่อน ผมว่างๆอยู่ ก็เลยไปคุ้ยหาอะไรมาอ่านเล่น แล้วก็กลับไปเจอมันกองอยู่ในช่องล่างสุดของชั้นหนังสือซะงั้น

จริงๆพอลองกลับมาอ่านดูอีกทีแล้วก็รู้สึกว่ามันเป็นงานที่ไม่เลวเท่าไหร่ แถมบางเรื่องก็โดนใจผมมาก (มันเป็นกึ่งๆรวมเรื่องสั้น)

และหากมองว่าการ์ตูนเรื่องนี้ทำให้เราได้สัมผัสกับตัวตนและความรู้สึก ของวงการการ์ตูนเกาหลีแล้ว ผมคิดว่ามันเป็นงานที่ทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยมมาก

deja-Vu เป็นรวมเรื่องสั้นของคนๆเดียว แต่ใช้มือวาดหลายคน เป็นการทำงานร่วมกันของนักวาดการ์ตูนเกาหลีที่มีชื่อเสียงในช่วงเวลานั้น

 

ที่ผมชอบมากที่สุดคือเรื่องสั้นท้ายเล่มเรื่อง Utility
และที่สะดุดใจผมอย่างมากคือ afterword ของ ปาร์ค แชดง
ซึ่งผมรู้สึกอยากให้ทุกคนได้ลองฟังกัน.....

 

"ด้วยความเคารพ

     เมื่อผมได้อ่านผลงานเรื่อง Utility ของ ยุน อินวัน ทำให้ผมรู้สึกหวาดผวาขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว เพราะเป็นการเล่าเรื่องซึ่งเป็นความจริงอันแสนเจ็บปวดด้วยหน้าตาที่ปราศจาก ความรู้สึก นักเขียนการ์ตูนคนนี้ยอดเยี่ยมจริงๆ

          ผมรู้สึกเพลิดเพลินมากเมื่อได้เห็นภาพลายเส้นสวยๆ แต่จำต้องมีเนื้อเรื่องที่สนุกสนานด้วยหากมีแต่ลายเส้นสวย แต่ไม่มีเนื้อเรื่องที่สนุก ก็เปรียบเสมือนผู้หญิงสวยแต่โง่ หนังสือการ์ตูนที่ดี ต้องมีทั้งภาพสวย เรื่องเด่น และการนำเสนอเป็นเลิศ จึงจะถือว่าครบสูตร แต่ถ้าจำเป็นต้องเลือกให้อย่างใดอย่างหนึ่งเด่นนั้น ผมขอเลือกเนื้อเรื่อง เพราะเนื้อเรื่องจะสะท้อนให้เห็นชีวิตของมนุษย์เรานั่นเอง

          หากเนื้อเรื่องไม่น่าสนใจ ภาพไม่สวย การนำเสนอไม่ดี ผู้อ่านก็จะไม่ซื้อ (แต่เนื้อเรื่องต้องไม่เขียนโดยไร้ขอบเขต หรือละเลยข้อจำกัดบางประการ ควรดูปัจจัยหลายอย่างประกอบ) ผมค่อนข้างซีเรียสเรื่องเนื้อเรื่อง

          บ้านเมืองไหนไม่มีเรื่องโจ๊ก บ้านเมืองนั้นย่อมยากจนค้นแค้น หากบ้านเมืองไหนมีเรื่องโจ๊กมาก แสดงว่าบ้านเมืองนั้นมีหนังสือการ์ตูนกลาดเกลื่อน ฮ่าอ่าอ่า...ยุน อินวัน เป็นคนที่มีความสามารถ ซึ่งหลายท่านคงได้ประจักษ์ฝีมือเขาเป็นอย่างดี

          ยุน อินวัน ทำให้แวดวงการ์ตูนของคนรุ่นใหม่ไม่เงียบเหงา ด้วยการร่วมมือกับนักเขียนการ์ตูนท่านอื่นๆ สร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ ออกมาสู่สายตาของเรา แม้การ์ตูนจะเป็นธุรกิจอย่างหนึ่ง แต่สิ่งสำคัญคือนักเขียนการ์ตูนมักทำงานด้วยจิตวิญญาณ

          แต่ถึงกระนั้น เรายังขาดนักเขียนการ์ตูนที่มีฝีมืออีกเป็นจำนวนมาก ควรให้มีการฝึกฝน และเรียนรู้ในระดับสูง ยิ่งถ้าบรรจุเป็นวิชาเอกในระดับมหาวิทยาลัยได้ยิ่งดี ผมคิดว่าสมัยนี้มันเป็นเรื่องจำเป็นเสียแล้ว เรื่องนี้ ยุน อินวัน เอง ก็ได้พูดกับผมอยู่เหมือนกัน ผมชื่นชมเขาเสมอในฐานะที่เขาเป็นนักเขียนการ์ตูนที่สร้างสรรค์เรื่องราวที่ ชวนติดตามอยู่เสมอ ท้ายที่สุดนี้ขอขอบคุณอย่างสุดซึ้งในความร่าเริงและการแสดงออกอันเป็น เอกลักษณ์ของ ยุน อินวัน

 

-คิดถึงรสชาติการ์ตูนในแบบของ ยุน อินวัน-

ปาร์ค แชดง (นักวาดการ์ตูน)"

 

 

 

 

 

 

ป.ล.

ที่สะกิดใจผมอีกอย่างนึงก็คือ ที่มีการพูดสั้นๆถึง คิม แท-ฮยอง หนึ่งในนักวาดการ์ตูนที่ร่วมเป็นมือวาดในงานชิ้นนี้
(ไม่แน่ใจว่าคนที่เขียนคำแนะนำคือ CLAM หรือเปล่า)

"เขาคือนักวาดคนสำคัญในแวดวงการ์ตูนเกาหลีที่มีความโดดเด่นในเรื่องสไตล์ การวาดแบบเอเชีย และมีอุดมการณ์แบบตะวันออกเต็มเปี่ยม แต่ลักษณะพิเศษของงานของเขาคือมีวิสัยทัศน์และการบรรยายสไตล์ตะวันตก"

จริงๆ หลายครั้งเวลาผมเห็นคนเถียงกันหัวข้อประมาณว่า การ์ตูนไทยต้องเป็นยังไง ต้องมีอย่างนั้นอย่างนี้ไหม เรื่องนี้เป็นการ์ตูนไทยหรือเปล่า การ์ตูนไทยต้องลายเส้นยังไง บลาๆๆๆ

ผมรู้สึกว่ามันไร้สาระ ไม่มีแก่นสาร
มันไม่ใช่เรื่องที่ใครจำเป็นหรือต้องไปตัดสิน

ถึงได้คำตัดสินออกมาแล้วจะเป็นยังไง?
มันก็ไม่ได้ก่อให้เกิดอะไรขึ้นมา
ไม่ได้ส่งผลให้คุณค่าของงานเปลี่ยนแปลงไป.

Comment

Comment:

Tweet

Hot!

#1 By ♛ [ ♏iss✚Fortune ] ♛ on 2010-10-21 02:29